Listening

การฟัง (Listening)

การสอบทักษะการฟัง (Listening Module) เป็นข้อสอบด่านแรกในการสอบทั้งหมด 4 ทักษะ  การสอบการฟังนั้นใช้เวลา 30 นาที โดยผู้สอบจะมีเวลาเพิ่มอีก 10 นาทีในการย้ายคำตอบจากกระดาษคำถาม มาที่กระดาษคำตอบ ไอดีพีไม่แนะนำให้นักเรียนทำข้อสอบในกระดาษคำตอบเลยเพราะหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการที่นักเรียนจะต้องเสียเวลามาลบ เมื่อเขียนผิด หรือบางทีนักเรียนสามารถทำโน้ตลงไปในกระดาษคำถามได้โดยเราจะเขียนมากหรือเขียนน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะกระทบคะแนนสอบของเรา

วันนี้ ไอดีพี ไอเอล มีคำแนะนำในการเตรียมสอบไอเอลแบบถูกวิธีในทักษะการฟังมาให้น้องๆ ลองอ่านดูค่ะ

8 เทคนิดการทำสอบ IELTS Listening

  1. เเคล็ดลับความสำเร็จในการทำข้อสอบฟัง

    ยังไงก็ตาม การทำข้อสอบทักษะนี้ให้ดีก็หนีไม่พ้นความสามารถของคุณเองในการฟัง ไม่ว่าคุณจะติวมายังไง จะรู้ทริคว่าคำถามประเภทต่างๆ จะต้องมีวิธีฟังแบบไหนเพื่อที่จะได้คำตอบที่ถูกต้อง ไม่มีอะไรที่ทดแทนความสามารถในการฟังของตัวคุณเองได้้ วิธีที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือ การฟังทุกวัน!

    ฟังจนมั่นใจว่าคุณสามารถฟังได้ ใช้ประโยชน์จากสื่อหลายสื่อ เช่น TED Talks, Youtube Video, การรายงานข่าว, วิทยุ หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์ และโทรทัศน์ เพื่อฝึกซ้อมการฟังให้หูของคุณคุ้นกับสำเนียง และสไตล์การฟังหลายๆ อย่างมากที่สุด  นอกจากนี้ เราอยากคุณต้องฟังสำเนียงอังกฤษจากสหราชอาณาจักร (มีอย่างน้อย 5-10 สำเนียง) อเมริกาหรือประเทศอื่นๆ อย่างออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เป็นต้น

  2. ฟัง 70% และซ้อมทำข้อสอบเพียง 30%

    นักเรียนหลายๆ คนพยายามฝึกทำแบบฝึกหัดให้มากที่สุด แต่จริงๆ แล้วหลักของความสำเร็จมันอยู่ที่ว่า นักเรียนมีเวลาฝึกฟังคนพูดภาษาอังกฤษมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะฟังผ่านวิทยุ รายการทีวี หรือผ่านอินเตอร์เน็ต นักเรียนควรฟังภาษาอังกฤษให้เยอะที่สุด และระหว่างฟัง คุณควรคิดตามว่าพวกเขากำลังจะพูดอะไรกันอยู่ และพวกเขาพูดอย่างไร เหมือนการเดาประเภทของคำตอบ (คำนาม กริยา คำขยายคำนาม ตัวเลข และอื่นๆ) และในระหว่างการฟัง นักเรียนควรฝึกการเขียนคำตอบที่เราได้คาดเดาให้เป็นนิสัย และเริ่มลองวงกลมคำตอบที่เราคาดคะเนว่าถูกลงไปด้วย เพราะมันจะเป็นการฝึกฝนให้เตรียมสอบได้เป็นอย่างที่ดี (เทคนิดต่อไปจะเน้นสกิลการเขียน และวงกลมนี้)

  3. บทสนทนาเวลาสอบ คือบทสนทนาจริงๆ ที่เกิดขึ้นทุกๆ วัน

    เมื่อคุณเตรียมกระดาษคำถามของคุณก่อนที่จะเริ่มสอบ ลองพิจารณาหัวข้อและจินตนาการประเภทคำถามว่าการสนทนามันจะเป็นแบบไหน และถ้าเป็นเรา เราจะตอบอย่างไรในสถานการณ์เช่นนั้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าบทสนทนาต่อไปนั้นเกี่ยวกับการซื้อตั๋วรถไฟ ซึ่งส่วนมากคำตอบมักจะไม่หนีกับความจริงมาก เพราะตั๋วรถไฟเองก็จะมีตัวเลือกสำหรับแต่ละประเภทที่นั่งเพียงไม่กี่อย่าง (อย่างเช่น เฟริ์สคลาส มาตราฐาน)  จริงๆ คุณสามารถตอบคำถามด้วยการตอบเดาได้เลยด้วยซ้ำ เราแนะนำให้เขียนคำตอบที่คาดการณ์ไว้ก่อนที่บทสนทนาจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อถึงเวลาสอบแล้ว เราก็แค่วงคำตอบแทนที่จะต้องมานั่งเขียน จะทำให้เราประหยัดเวลา และทำให้เรามีสมาธิในการฟังคำถามต่อไปมากขึ้น

  4. ทริคการจดบันทึกเมื่อคุณกำลังสอบทักษะการฟัง

    หลายครั้งที่คุณครูจำนวนมาก เน้นให้นักเรียนเขียนเพียงแค่คำตอบลงในช่องว่าง อย่างไรก็ตาม มันจะเป็นประโยชน์มากกว่าถ้านักเรียนพยายามเขียนทุกอย่างที่น่าจะความสัมพันธ์กับคำตอบ ทริคนี้จะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาคำถามพยายามหลอกให้นักเรียนตอบผิดด้วยการบอกสิ่งที่อาจจะเป็นคำตอบได้ หลายๆ ครั้งติดๆ กัน อาทิเช่น วัน เดือน ปี หรือขนาดความสูงของตึก ดังนั้น เวลานักเรียนเขียนทุกๆ อย่างที่อาจจะเป็นคำตอบลงไป เราจะเหลือตัวเลืิอกที่ถูกต้อง และไม่ต้องกลัวว่าเราจะจำคำตอบไม่ได้อีกเช่นกัน ทริคนี้เหมาะมาก หากนักเรียนมีปัญหาเรื่องการจำด้วย

  5. การสะกดคำ (Spelling) และการใช้ไวยากรณ์ (Grammar) เป็นสิ่งสำคัญ

    ถ้าคุณสะกดผิด แปลว่าคำตอบนั้นผิดทันที แม้ว่าคุณจะตอบถูก นั่นรวมไปถึงการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่สำหรับชื่อ หรือการเลือกใช้คำนามเอกพจน์หรือพหูพจน์ (เติม s ไม่เติม s) ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยคุณได้คือการดูว่าคำที่มาก่อน และมาหลังคืออะไร บางครั้งนักเรียนยังสามารถหาคำตอบที่ถูกต้องจากประเภทของคำ (คำนาม คำกริยา คำขยายกริยา อื่นๆ) ได้ด้วย โดยเฉพาะบทที่ 3 และ 4 คุณอาจจะได้ยินคำตอบ แต่คุณจะต้องเปลี่ยนรูปคำตอบ (ศัพท์ภาษาอังกฤษ) ให้เหมาะสมตามประโยคด้วย

  6. สะกดคำในคำตอบอย่างไรในการทำข้อสอบทักษะการฟัง

    มันเป็นเรื่องยากที่จะฟังตัวอักษรเยอะๆ แล้วสะกดคำตอบได้ถูกต้อง ในการทำแบบฝึกหัด มันอาจจะดูเหมือนง่ายๆ แต่ระหว่างการสอบจริงคุณอาจจะรู้สึกกดดัน เทคนิคที่ดี คือ เมื่อคุณได้ยินคำที่คุณต้องสะกด เขียนลงไปให้เร็วที่สุดเท่าที่คุณสามารถทำ และเมื่อคุณสามารถเขียนลงไปซัก 50% หรือมากกว่าของจำนวนตัวอักษรทั้งหมด นักเรียนก็น่าเดาๆ ได้แล้วว่าคำนั้นคืออะไร ดังนั้นนักเรียนก็ไม่จำเป็นต้องเขียนคำลงไปทั้งหมด หรือจะรีบๆ เขียนคำที่เหลือเพื่อเตรียมตัวฟังคำตอบข้อต่อไปได้เลย

  7. อย่าขีดเส้นใต้คำสำคัญ (keyword) หลายคำ!

    ผู้สอบหลายคนชอบขีดเส้นใต้คำทุกคำที่อยู่ในกระดาษคำถาม และนี่จะเป็นจุดอ่อนของคุณ นักเรียนควรเลือกขีดเส้นใต้คำสำคัญเพียงแค่ 2 ประเภทเท่านั้น อย่างแรกคำที่กำหนดหัวข้อย่อยของคำถาม (Sub-Topic) ปรกติคำพวกนี้มักจะเป็นหัวเรื่อง (หัวข้อ) และจะช่วยให้นักเรียนหาคำตอบที่มันเกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้นๆ โดยปรกติคำพวกนี้จะมาอยู่ท้ายๆ ของย่อหน้า อย่างที่สอง ประเภทของคำที่มีความเกี่ยวพันกับคำตอบโดยตรง (Directly Connected) เช่น "มากที่สุด" "เร็วที่สุด" ที่จ่ะช่วยคุณเลือกคำตอบจากตัวเลือก

  8. เคล็ดลับง่ายๆ เมื่อคุณต้องเจอกับ แผนที่ หรือแผนภาพ

    เมื่อต้องเจอกับข้อสอบที่เป็นแผนที่ หรือแผนภาพ สิ่งที่จะช่วยได้มากคือการเปลี่ยนแผนที่ และแผนภาพให้กลายเป็นคำที่คุณจะได้ยิน ยกตัวอย่างเช่น ให้พิจารณาว่าคนจะเริ่มต้นที่จุดไหนบนแผนที่ และพิจารณาถึงแต่ละสถานที่ที่มีคำตอบ ให้เขียนคำว่า "เลี้ยวซ้าย/ขวา" หรือ "ด้านข้าง" เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณฟังบทสนทนาทัน และพบคำตอบที่ถูกต้อง ถ้าหากว่าเป็นข้อสอบอัตนัยที่เกี่ยวกับลักษณะของคน ให้ดูตัวเลือกทั้งหมดและเขียนคำอธิบายลงไป (ยกตัวอย่างเช่น หัวล้าน ใส่แว่น มีเครา เป็นต้น)

และสำหรับน้องๆ ที่กำลังเตรียมสอบ IELTS สำหรับการเรียนต่อต่างประเทศ IDP ก็มีข้อมูลดีๆ ที่เกี่ยวกับการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย อังกฤษ อเมริกา แคนาดา และนิวซีแลนด์ พร้อมข้อมูลประเภททุนการศึกษา อันดับ Ranking และกิจกรรมดีๆ ที่จะพาน้องๆ ให้พบกับเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยขั้นนำจากประเทศต่างๆ ที่สำนักงานเราด้วย  น้องๆ สามารถหารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ IDPThailand

หรือถ้าน้องๆ ต้องการที่จะเช็คตารางสอบ IELTS ที่ศูนย์สอบ IDP ได้เว็บไซต์ IELTS IDP